ค้นหา
Q&A คุยกันกับคุณหมอ Juice เรื่อง การสลายไขมันด้วยความเย็น (Coolsculpting)
Q&A
คุยกันกับคุณหมอ Juice เรื่อง Coolsculpting สลายไขมันด้วยความเย็น
 
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”) 
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”) 

Q: รูปร่างแบบไหนเหมาะที่จะทำ coolsculpting ?
A: Coolsculpting เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาไขมันส่วนเกินตามจุดต่างๆของร่างกายที่บ่อยครั้งพยายามควบคุมอาหารและออกกำลังกาย แล้วยังมีไขมันสะสมอยู่บริเวณ หน้าท้อง เอว ต้นแขน ต้นขา coolsculpting อาจจะไม่ได้ช่วยลดน้ำหนัก แต่ Coolsculpting ยังเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ไขมันโดยไม่ต้องการผ่าตัด

Q: การทำ Coolsculpting แพงไหม ?
A: ค่าใช้จ่ายในการทำ Coolsculpting ในแต่ละคนนั้นแตกกันกันออกไป ขึ้นกับบริเวณที่ทำ จำนวนครั้งที่ทำ และเป้าหมายในการลดสัดส่วนของแต่ละคนที่ต่างกันไป แพทย์จะเป็นผู้ประเมินปัญหารูปร่างของคนไข้ และอธิบายถึงผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ร่วมกันครับ

Q: การทำ Coolsculpting แต่ละครั้งใช้เวลานานเท่าไหร่ และต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล ?
A: ระยะเวลาที่ใช้ในการทำ Coolsculpting ในแต่ละครั้งนั้นขึ้นกับจำนวนบริเวณที่จะทำ โดยปกติจะใช้เวลาอย่างน้อย 35 นาที / 1 บริเวณ (สำหรับหัว Cool Adventage บริเวณ Applicator ซึ่งเดิมใช้เวลา 60 นาที)

Q: ไขมันที่ลดลงนั้นหายไปไหน จะต้องกลับมาทำซ้ำอีกไหม ?
A: เซลล์ไขมันที่ถูกความเย็นแช่แข็งนั้นจะถูกร่างกายกำจัดโดยเซลล์เม็ดเลือดขาวและจำนวนเซลล์ไขมันลดลงประมาณ 20-25% ต่อการทำ 1 ครั้ง ซึ่งเซลล์ไขมันโดยปกติ จะไม่มีการแบ่งตัวเพิ่ม ในอายุเฉลี่ย 30 ปี ขึ้นไป ดังนั้น หากเราควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การทำ Coolsculpting 1-2 ครั้ง ก็เพียงพอ (ผลลัพธ์ขึ้นกับความพึงพอใจของแต่ละบุคคล)
 
 (หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”) 
 
 (หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”) 

Q: ความรู้สึกขณะทำเป็นอย่างไร ?

A: ในช่วง 5-10 นาทีแรกอาจมีอาจมีอาการปวดจากความเย็นบ้างแต่หลังจากนั้นอาการจะค่อยๆหายไป ผู้รับบริการสามารถอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์หรือนอนหลับรอได้อย่างสบายๆครับ

Q: CoolSculpting ปลอดภัยหรือไม่
A: CoolSculpting ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาทั้งของอเมริกาและของไทยแล้วว่ามีความปลอดภัยในการนำมาใช้กำจัดไขมันส่วนเกิน และมีการใช้มาแล้วมากกว่าหนึ่งล้านครั้งทั่วโลกอย่างปลอดภัย ระหว่างที่ทำจะมีแพทย์ละผู้ช่วยแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องอันตรายครับ

Q: การทำ Coolsculpting แต่มีผลข้างเคียงอะไรหรือไม่ ?
A: ระหว่างทำอาจรู้สึกไม่สบายตัว จากความเย็นและแรงดูดของเครื่อง อาการหลังทำที่พบได้บ่อยคือ อาการชา มีรอยแดง ระบมหรือคัน รอบๆบริเวณที่ทำแต่อย่างไรก็ตามอาการดังกล่าวจะค่อยๆดีขึ้นและหายไปภายในระยะเวลา 2-4 สัปดาห์

Q: หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลยหรือไม่ ?
A: หลังทำ CoolSculpting คุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและออกกำลังกายได้ตามปกติทันที โดยไม่ต้องพักฟื้น หลายๆท่านเดินออกจากคลินิกก็ไปทำงานต่อเลยครับ
 
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)    (หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”) 

Q: ทำ Coolsculpting แล้วจะเห็นผลเมื่อไหร่ ?

A: คนไข้บางรายที่มาทำ CoolSculpting เริ่มเห็นผลตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 อย่างไรก็ตามโดยปกติแล้วผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ CoolSculpting ในแต่ละครั้งจะเห็นชัดเจนหลังจาก 2 เดือนเป็นต้นไป แต่กระบวนการที่ร่างกายของเรากำจัดเซลล์ไขมันที่ถูกแช่แข็งนั้นจะยังดำเนินไปจนถึงเดือนที่ 6หลังทำ CoolSculpting เลยครับ

Q: ต้องทานอาหารเสริมหรือต้องเข้าโปรแกรมคุมอาหาร ออกกำลังกายหลังจากนี้ไหม ?
A: ไม่จำเป็นต้องใช้อาหารเสริมใดๆมาเป็นตัวช่วย และไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารหรือออกกำลังกายใดๆ อย่างไรเซลล์ไขมันที่ถูกความเย็นแช่แข็งก็จะถูกกำจัดออกไปอยู่ดี อย่างไรก็ตามคนไข้หลายคนมีแรงบันดาลใจในการที่จะหันมาดูแลรูปร่างด้วยการคุมอาหารและออกกำลังกายมากขึ้นเพื่อผลลัพธ์ในรูปร่างที่ดีขึ้นไปอีก

Q: ถ้าในอนาคตหลังทำ Coolsculpting ไปแล้ว น้ำหนักขึ้นจะเป็นอย่างไร ?
A: หลายๆท่านหันมาดูแลตัวเองดีขึ้นหลังจากได้ทำ CoolSculpting ไป แต่อย่างไรก็ตามหากน้ำหนักขึ้น ไขมันที่เพิ่มขึ้นก็จะกระจายอย่างสม่ำเสมอทั่วร่างกายไม่ได้เพิ่มเฉพาะบริเวณที่ทำการรักษาไป เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลว่าเวลาน้ำหนักเพิ่ม รูปร่างของเราจะดูไม่สมส่วน
เรียบเรียงบทความโดย: นายเพทย์ชัยวัฒน์ ทรงศิริพันธุ์ (หมอจุ๊ย)
 
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”) 
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”) 

 

(หมายเหตุ : "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
(หมายเหตุ : "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 

(หมายเหตุ : "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
(หมายเหตุ : "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
  

(หมายเหตุ : "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
(หมายเหตุ : "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
(หมายเหตุ : "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)

 

กำจัดไขมันส่วนเกินโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น

อุปกรณ์ใช้งานแต่ละตัวมี ประสิทธิภาพแตกต่างกัน
การรักษาด้วยเครื่อง CoolSculpting ใช้เทคโนโลยี Freeze Detect® มีสิทธิบัตรรับรอง ทำให้มั่นใจว่ามีความปลอดภัยเหนือกว่า
รับรองโดย CE Mark Class IIa และผ่านการตรวจประเมินโดย PDA ว่ามีความปลอดภัย

ความเย็นสลายไขมันอย่างไร ?

พวกเราหลายคนมีไขมันส่วนเกินที่ยากจะขจัดไขมันทิ้ง แม้จะควบคุมอาหาร และออกกาลังกายแล้วก็ตาม
 
เทคโนโลยี CoolSculpting® ใช้วิธีให้ความเย็นผ่านระบบควบคุมเพื่อกำจัดเซลล์ไขมันเหล่านี้
 
อีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมาร่างกาย จะย่อยสลายไขมันและกาจัดเซลล์ที่ตายแล้วเหล่านี้ตามธรรมชาติ
 
CoolSculpting ให้ผลระยะยาว เนื่องจากเซลล์ไขมันที่ผ่านการย่อยสลายแล้วจะหายไปตลอดกาล
 
วันที่ 1 :  หน้าท้องและสะโพก
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
  สัปดาห์ที่ 12 :  หน้าท้องและสะโพก
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 


วิธีที่ร่างกายแปรรูปไขมันจากอาหาร


 


 
 

วิธีที่ร่างกายแปรรูปเซลล์ไขมันที่ผ่านขั้นตอนการรักษาแล้ว


 


 


 


 
 

เซลล์ไขมันหลังจากน้ำหนักลดลง


A) เกิดอะไรขึ้นเมื่อน้ำหนักของคุณลดลง (หรือเพิ่มขึ้น)
เมื่อน้ำหนักของคุณลดลง ปริมาตรของเซลล์ไขมันจะลดลงแต่มีจำนวนเท่าเดิม
 
B) เกิดอะไรขึ้นหลังจากคุณผ่านการรักษาด้วยวิธี CoolSculpting
หลังจากรักษาแล้วเซลล์ไขมันที่ได้รับความเย็นจะถูกกำจัดทิ้งอย่างถาวร คุณจึงมีจำนวนเซลล์ไขมันลดลงในบริเวณที่ทำการรักษา บริเวณที่ไม่ได้รับการรักษาจะมีการกระจายตัวของเซลล์ไขมันเช่นเดิม
 

วันที่คุณเข้ารับการรักษา
  • คุณมีร่างกายและความต้องการเฉพาะของตนเอง ดังนั้นในระหว่างให้คำปรึกษาแพทย์จะวางแผนการรักษาให้คุณโดยเฉพาะ เพื่อดูว่ามีบริเวณใดที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ
  • แผนการรักษาอาจมีขั้นตอนหลายอย่าง (หรือต้องพบแพทย์หลายครั้ง)
  • ระหว่างการรักษาจะมีการใช้แผ่นเจลและหัวดูดสูญญากาศในบริเวณเป้าหมาย
    • หัวดูดสูญญากาศจะดึงเนื้อเยื่อเข้าไปในถ้วยของหัวดูด
    • หัวดูดสำหรับส่วนผิวจะต้องวางให้มั่นคงในบริเวณที่จะรักษา
  • หัวดูดทั้งหมดจะส่งความเย็นผ่านระบบควบคุมไปยังไขมันที่ระบุเป้าไว้



วันที่คุณเข้ารับการรักษา
Treatment to Transfomation เป็นแนวทางการรักษาด้วยวิธี CoolSculpting®  ที่มีการกำหนดจำนวนครั้งและการรักษาที่เหมาะสมสำหรับบริเวณต่างๆ ของร่างกาย ที่คุณต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง ผลที่ได้จะเป็นเช่นไร คุณมีรูปร่างได้สัดส่วนตามต้องการ


 
  • วิธีการรักษารอบทิศทาง 360 องศาแบบเบ็ดเสร็จ ออกแบบมาเพื่อให้การรักษาด้วยวิธี CoolSculpting® ได้ผลดี
  • แผนสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย ความต้องการ รูปร่าง และเป้ายหมายของคุณ
  • คำแนะนำทางคลินิก สำหรับบริเวณที่ควรักษาและจำนวนครั้งที่ทำ

หลังจากที่คุณได้รับการรักษา
  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ หลังจากรักษาด้วยวิธี CoolSculping®
  • การเปลี่ยนแปลงอาจเห็นได้เร็วภายในสามสัปดาห์ หลังจากการรักษา โดยจะเห็นผลได้ชัดเจน ภายในหนึ่งถึงสามเดือน
  • น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะไม่ทำให้คุณอ้วนจนเต็มพิกัดเช่นเดิม การรักษากิจวัตรในการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และออกกำลังกายหลังจากรักษาด้วยวิธี CoolSculpting® แล้ว จะช่วยป้องกันเรื่องนี้ได้
  • ผู้ให้บริการของคุณจะทำตารางนัดเพื่อติดตามผล โดยจะประเมินผลที่เกิดขึ้นกับคุณ ถ่ายรูป และหารือเพื่อรักษาเพิ่มเติมถ้าจำเป็น



 
วันที่ 1
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
8 สัปดาห์
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
17 สัปดาห์
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)

ตำแหน่งที่แสดงเป็นตำแหน่งโดยประมาณ

วันที่ 1
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
12 สัปดาห์
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
24 สัปดาห์
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)

ตำแหน่งที่แสดงเป็นตำแหน่งโดยประมาณ

 
วันที่ 1
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
12 สัปดาห์
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
24 สัปดาห์
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)

ตำแหน่งที่แสดงเป็นตำแหน่งโดยประมาณ

 
วันที่ 1
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
8 สัปดาห์
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
ตำแหน่งที่แสดงเป็นตำแหน่งโดยประมาณ

 
วันที่ 1
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
20 สัปดาห์
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
ตำแหน่งที่แสดงเป็นตำแหน่งโดยประมาณ

 
วันที่ 1
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
16 สัปดาห์
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)

ตำแหน่งที่แสดงเป็นตำแหน่งโดยประมาณ

 
วันที่ 1
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
5 สัปดาห์
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
ตำแหน่งที่แสดงเป็นตำแหน่งโดยประมาณ

วันที่ 1
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
10 สัปดาห์
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
ตำแหน่งที่แสดงเป็นตำแหน่งโดยประมาณ

 
วันที่ 1
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
16 สัปดาห์
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
ตำแหน่งที่แสดงเป็นตำแหน่งโดยประมาณ

 
วันที่ 1
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
20 สัปดาห์
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
ตำแหน่งที่แสดงเป็นตำแหน่งโดยประมาณ

 
วันที่ 1
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
12 เดือน
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)
 
24 เดือน
(หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล”)

ตำแหน่งที่แสดงเป็นตำแหน่งโดยประมาณ

ข้อมูลด้านความปลอดภัยที่สำคัญ
  • Cryoglobulinemia
  • Paroxysmal cold hemoglobinria
  • ตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
 

ใช้ความระมัดระวังก่อนให้ความเย็นเฉพาะจุดภายใต้สภาวะต่อไปนี้ เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาผลกะทบที่เกิดขึ้น
  • อาการไวต่อความเย็นที่ทราบกันดี เช่น ลมพิษที่เกิดจากความเย็น หรือโรคเรย์นอยด์ (Raynaud’s disease)
  • การไหลเวียนของหลอดเลือดส่วนปลายทางบกพร่องในบริเวณที่ทำการรักษา
  • ความผิดปกติที่ระบบประสาท เช่น อาการปวดปลายประสาทหลังจากเป็นงูสวัด (post-herpetic neuralgia) หรือโรคเส้นประสาทเหตุเบาหวาน (diabetic neuropathy)
  • การรับรู้ความรู้สึกที่ผิวหนังบกพริอง
  • แผลเปิดหรือติดเชื้อ
  • ภาวะเลือกออกผิดปกติ (Bleeding disorders) หรือการใช้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดร่วมกัน
  • แผลที่เพิ่งผ่าตัดหรือเนื้อเยื่อที่เป็นแผลเป็นบริเวณที่จะรักษา
  • ไส้เลื่อนในบริเวณหรือใกล้กับจุดที่จะรักษา
  • สภาพของผิว เช่นโรคเรื้อนกวาง ผิวหนังอักเสบ ผื่น ในบริเวณที่จะรักษา
  • ปัจจุบันยังไม่ทราบถึงผลกระทบของการรักษาที่ส่งผลโดยตรงต่ออุปกรณ์เทียมที่ติดตั้งในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (pacemakers) และเครื่องกระตุกหัวใจ (defibrillators)

 
หลังจากที่คุณได้รับการรักษา
ผลกระทบต่อไปนี้อาจเกิดขึ้นได้ในบริเวณที่ทำการรักษา ทั้งในระหว่างหรือหลังจากรักษาแล้ว ผลกระทบดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวและโดยทั่วไป จะทุเลาลงภายในเวลาไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์

ระหว่างรักษา
  • รู้สึกเหมือนถูกดึง ถูกลาก และเจ็บแปลบเล็กน้อย
  • เย็นจัด เจ็บแปลบๆ แสบ ปวด เป็นตะคริว ความรู้สึกดังกล่าวจะลดลง เมื่อบริเวณดังกล่าวเริ่มชา

หลังจากที่คุณได้รับการรักษา
  • มีรอยแดงและเป็นก้อนแข็ง
  • ผิวซีดขั่วขณะและ / หรือฟกช้ำเล็กน้อยตามขอบรอบๆ บริเวณที่ทำการรักษา
  • เจ็บแปลบๆ และแสบ

หลังจากที่คุณได้รับการรักษา
  • มีรอยแดง ฟกช้ำ และบวม
  • กดเจ็บ เป็นตะคริว และปวด
  • คัน ผิวแพ้ง่าย เจ็บแปลบๆ และชา
  • อาจมีอาการชาไปอีกสองสามสัปดาห์หลังจากรักษา

หลังจากที่คุณได้รับการรักษา
  • เซลล์เพิ่มจำนวนผิดปกติ (Paradoxical hyperplasia) : เนื้อเยื่อเพิ่มปริมาณขึ้นจนมองเห็นได้ในบริเวณที่รักษา ซึ่งอาจเกิดขึ้นสองถึงห้าเดือน หลังจากรักษา อาจจำเป็นต้องใช้วิธีผ่าตัดช่วย
  • อาการปวดตั้งแต่ต้น - ภายหลัง ซึ่งตามปกติจะเริ่มสองสามวันหลังจากรักษา และจะทุเลาลงภายในสองสามสัปดาห์
  • ผิวไหม้จากความเย็น : ผิวอาจไหม้จากความเย็นระดับหนึ่งถึงสององศาได้ระหว่างทำการรักษา ตามปกติมักจะทุเลาลงโดยไม่มีโรคแทรกซ้อนเมื่อได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
  • อาการหน้ามืดเป็นลม : วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ หน้าแดง เหงื่อออก หรือเป็นลม ระหว่างหรือทันทีหลังจากการรักษา
  • การแข็งตัวของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง : เนื้อบริเวณที่รักษาแข็งตัวและ / หรือแข็งเป็นก้อนเล็กๆ หลังจากรักษาและอาจเกิดขึ้นควบคู่กับอาการปวดและ / หรืออึดอัดไม่สบายตัว
  • สีผิวเข้มขึ้น (Hyperpigmentation) : สีผิวเข้มขึ้นหลังจากรักษา ตามปกติอาการจะทุเลาลงเอง
  • ไส้เลื่อน : การรักษาอาจทำให้เกิดไส้เลื่อนที่ใหม่ หรือไส้เลื่อนที่เป็นอยู่มีอาการทรุดลง ซึ่งอาจแก้ไขด้วยการผ่าตัด