ค้นหา
TREATMENT
ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นหางตา ปรับรูปหน้า ด้วยโบทูลินัม ท็อกซิน
Facial Design, Decrease Wrinkles By Botulinum toxin


 
  • ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นหางตา
  • ลดรอยย่นจมูก หน้าผาก รอยขมวดคิ้ว
  • หน้าใส ยกกระชับ
  • ปรับรูปหน้า วีเชฟ ลดกล้ามเนื้อบริเวณกราม
 
โบท็อกซ์ เป็นชื่อทางการค้าของสาร Botulinum toxin type A ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการหลั่งสาร Acetylcholine ที่ปลายประสาท ทำให้กล้ามเนื้อเล็กๆในบริเวณนั้นไม่สามารถหดตัวได้ชั่วคราว ริ้วรอยย่นจึงลดลง การฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดริ้วรอย เหี่ยวย่น จะเริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลงประมาณ 3-7 วันหลังฉีดและคงผลอยู่นาน 3-4 เดือน ทั้งนี้ผลการรักษาแตกต่างกันได้บ้างในแต่ละบุคคล
 
ที่ 55th Clinic ใช้ Botox จากบริษัท Allergan ซึ่งเป็น Botulinum toxin ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) และผ่านอย.ของประเทศไทยแล้ว
 
Botox คืออะไร ?
Botox เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ ซึ่งสกัดได้จาก Botulinum toxin type A ลบริ้วรอยบริเวณหัวคิ้ว หนัาผากชั่วคราว รอยตีนกา ทำให้ผิวหนังด้านบนของกล้ามเนื้อเหล่านั้นเรียบขึ้น จึงมีการใช้สาร Botox กันอย่างแพร่หลายกว่า 70 ประเทศทั่วโลก มีการทดสอบการใช้ Botox เป็นเวลากว่า 12 ปี เพื่อยืนยันผลการรักษาในคนกว่าล้านคนทั่วโลก จากการรักาาทางการแพทย์ต่างๆ
  
เรื่องลบริ้วรอยทำไมต้อง Botox?
ริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้าเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งอายุที่เพิ่มขึ้นตามวัย การถูกแสงแดดบ่อยๆ ผลข้างเคียงจากการใช้เครื่องสำอางมากเกินไป ความเครียด และการแสดงอารมณ์ทางสีหน้าเป็นประจำ เราสามารถทำให้ริ้วรอยที่ไม่พึงปรารถนาเหล่านั้นหายไปได้ด้วย Botox
 
ยับยั้งเหงื่อ ลดกลิ่นตัวง่ายๆ ด้วย Botox
เหงื่อออกมากผิดปกติ เป็นสาเหตุหนึ่งของกลิ่นตัว ก่อให้เกิดความไม่มั่นใจและผลกระทบต่อจิตใจในการดำเนินชีวิตประจำวัน ถึงแม้ว่ายังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน แต่ปัจจุบันมีวิธีรักษาที่ทำได้ง่าย ได้ผลดี และได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยา นั่นคือ การฉีด Botox ใต้ผิวหนังบริเวณที่มีเหงื่อออกมากบริเวณรักแร้
 
 
 

( หมายเหตุ : "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” )
 
การปฏิบัติตัวก่อนและหลังการฉีด Botox
 
ก่อน
  1. หยุดใช้ยากลุ่มกรดวิตามินเอ เอเอชเอ สครับขัดหน้า เป็นเวลา 1-2 วันก่อนการฉีดโบท็อกซ์
  2. หยุดการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS ได้แก่ Brufen, Naproxen, Motrin วิตามินอี น้ำมันปลา จิง.  โกะ เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เพื่อลดการเกิดฟกช้ำ
  3. งดแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนการรักษา
  4. ถ้ามีประวัติของโรคเริมบริเวณริมฝีปาก ควรแจ้งแพทย์ก่อนรับการรักษา 
หลัง
  1. อย่านวด กด หรือกระทำการอันใดที่จะมีผลต่อบริเวณที่รักษา เช่น สวมหมวก สวมหมวกกันน็อค หรือนวดหน้า
  2. อย่านอนราบหรือก้มหน้าเป็นเวลาสี่ชั่วโมง
  3. งดการอยู่ในที่ร้อน เช่น อบซาวน่า ปรุงอาหารหน้าเตาร้อนเป็นเวลาสี่ชั่วโมง
  4. รอยนูนจากการฉีดจะหายไปเองภายในเวลา 2-3 ชั่วโมง
  5. งดเว้นการออกกำลังกายอย่างหนักหรือการเล่นโยคะเป็นเวลาสี่ชั่วโมงหลังการรักษา
  6. งดทายาหรือเครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น กรดวิตามินเอ เอเอชเอ วิตมินซีเป็นเวลา 24 ชั่วโมงหลังการรักษา
  7. พยายามขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ยากระจายตัวเข้ากล้ามเนื้อได้มากขึ้น
  8. สามารถใช้น้ำแข็งประคบในกรณีที่มีอาการบวมแดงหรือช้ำได้
  9. สามารถใช้เครื่องสำอางได้หลังการรักษาด้วนความนุ่มนวล หลีกเลี่ยงการกดถู
  10. ผู้ป่วยจะเริ่มเห็นผลการรักษาใน 2-7 วัน และเห็นผลการรักษาสูงสุดในสองสัปดาห์
  11. กลับมาพบแพทย์เมื่อมีข้อสงสัยหรือสิ่งผิดปกติใดๆ
 
 


 
ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มที่ฉีดเข้าไปในผิวหนัง เพื่อเติมเต็มริ้วรอย,ร่องลึกต่างๆ ให้ตื้นขึ้น และบริเวณที่ต้องการให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยไม่ผ่าตัด เช่น ร่องแก้ม และคาง หลังฉีดสารเติมเต็มคงผลอยู่นาน 6 เดือน-1ปี โดยที่ 55th Clinic ใช้สารไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) และผ่านอย.ของประเทศไทยแล้ว ทั้งนี้ผลการรักษาและความคงทนอยู่นาน ของสารเติมเต็มแตกต่างกันได้บ้างในแต่ละบุคคล

ที่ 55th Clinic ใช้สารไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) : Juvederm ซึ่งเป็นFiller ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) และผ่านอย.ของประเทศไทยแล้ว 

Juvederm ส่วนประกอบ Cross-Linked hyaluronic acid 24 mg, Phosphate buffer pH 7.2 q.s 1 g
 
ข้อบ่งใช้
Juvederm สามารถฉีดเข้าไปในเนื้อเยื่อสำหรับเติมเต็มรอยบุ๋มขนาดปานกลางของผิวหนัง โดยฉีดเข้าชั้น mid-dermis นอกจากนี้ยังมีข้อบ่งใช้สำหรับการเพิ่มหรือเติมเต็มริมฝีปาก (pouting of lips)

 
( หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล" )

ข้อห้ามใช้
  • ห้ามฉีด Juvederm ที่เปลือกตา 
  • การใช้ Juvederm Ultra บริเวณพื้นที่ใต้นัยน์ตา (under-eye) ต้องใช้โดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการ.   ฝึกฝนมาเป็นอย่างดีซึ่งมีความรู้ด้านสรีรวิทยาบริเวณนั้นเป็นพิเศษ
  • ห้ามฉีดเข้าหลอดเลือด
  • ห้ามฉีดเกินความเหมาะสม (overcorrect)
  • ไม่ใช่ Juvederm สำหรับ
    • คนไข้ที่มีแนวโน้มในการเกิดแผลเป็นชนิด hypertrophic scar
    • คนไข้ที่แพ้ hyaluronic acid
    • สตรีที่กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
    • เด็ก
  • ไม่ใช่ Juvederm กับผิวหนังที่กำลังมีการอักเสบ และ/หรือกำลังติดเชื้อ (สิว, herpes เป็นต้น)
  • ไม่ควรใช้ Juvederm พร้อมกับเลเซอร์ในการขัดผิวเพื่อให้ผิวเรียบ (deep chemical peels or dermabration) สำหรับผิวหนังชั้นนอก (surface peels) ไม่แนะนำให้ฉีดยานี้หากเกิดการอักเสบขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 

วิธีการใช้ยา
ผลิตภัณฑ์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อการฉีดเข้าชั้นหนังแท้ (dermis) หรือเยื่อบุผิวของริมฝีปาก (mucous membrane of the lips) โดยแพทย์สามารถใช้ nap page technique กับผลิตภัณฑ์นี้ ความเที่ยงตรงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การรักษาประสบผลสำเร็จ ผลิตภัณฑ์นี้จะต้องถูกใช้โดยแพทย์ผู้ชำนาญการที่ได้รับการฝึกฝนเทคนิคในการฉีดมาเป็นอย่างดี

 

( หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล" )
 

อาการไม่พึงประสงค์
  • การอักเสบ ( แดง บวม ผื่นแดง เป็นต้น) ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอาการคันหรือปวด (pain on pressure) หรือทั้งคู่ ซึ่งเกิดหลังการฉีดยา อาการนี้อาจเกิดหลังการฉีดยา 1 สัปดาห์
  • ห้อเลือด เลือดจับก้อนตามช่องต่างๆ (haematomas)
  • เกิดการแข็งตัวของเนื้อเยื่อ (induration) หรือปุ่ม (nodules) บริเวณที่ฉีดยา
  • ได้ผลที่ไม่ดีหรือไม่เต็มที่
  •  คนไข้จะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบทันทีถึงอาการอักเสบเรื้อรังที่เป็นมานานกว่า 1สัปดาห์ หรืออาการข้างเคียงอื่นๆ ซึ่งเกิดขึ้น แพทย์ต้องให้การรักษาอย่างเหมาะสม
คำแนะนำการปฏิบัติตัวหลังได้รับ Juvederm Ultra, Juvederm Ultra Plus และ Juvederm XC ชนิดกรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic acid)
 
การปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์จากการฉีด Juvederm 
  • ภายใน 12 ชั่วโมงแรก งดการใช้เครื่องสำอางแต่งหน้า
  • ภายใน 2 สัปดาห์แรก เลี่ยงการอยู่ในที่ร้อนจัด เช่น การตากแดดเป็นเวลานาน หรืออบซาวน่า และเลี่ยงการอยู่ในที่เย็นจัด เช่น การเล่นสกี
  • หลังฉีด Juvederm แพทย์จะนัดให้คุณมาพบอีกครั้งภายใน 1-2 สัปดาห์ เพื่อตรวจติดตามผล และอาจมีการฉีด Juvederm เพิ่มในกรณีที่จำเป็น
  • หลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณที่ฉีด 
สังเกตอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
  • คุณควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบหากเกิดอาการเหล่านี้
    • การอักเสบ (บวม แดง ผื่นขึ้น) หรืออาการปวดซึ่งอาจเกิดขึ้นหลังการฉีด 1 สัปดาห์
    • อาการห้อเลือด เนื้อเยื่อแข็งตัว ผิวหนังเปลี่ยนสี หรืออาการผิดปกติอื่นใดซึ่งเรื้อรังนานเกินกว่า 1 สัปดาห์
  • Juvederm จะมีประสิทธิภาพอยู่ได้นั้น ขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละราย ผู้ป่วยจึงยังควรเข้าพบแพทย์เป็นระยะ

ขอขอบคุณ
ข้อมูลจากบริษัทAllergan 
และขอขอบคุณคนไข้ เจ้าของภาพทุกท่านที่อนุญาตให้ประชาสัมพันธ์การรักษา&เข้ารับบริการที่ 55th Clinic

 


 
 
 


มาทำความเข้าใจ"Botox"กับหมอนุ่มค่ะ ;)
สวัสดีค่ะ หมอนุ่มนะคะ พอดีช่วงนี้มีคำถามเข้ามาเยอะเกี่ยวกับเรื่องการฉีด botox นะคะ วันนี้หมอเลยจะมาอธิบายให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องของ botox ค่ะ

Botox คืออะไร
Botox เป็นชื่อทางการค้าของสาร Botulinum toxin type A ซึ่งเป็นโปรตีนที่สกัดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Clostidiumbotulinum

สาร Botulinum toxin มีฤทธิ์ในการยับยั้งการทำงานของปลายประสาท บริเวณกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว โดย Botox จะเริ่มออกฤทธิ์ประมาณ 2-3 วันหลังฉีด และออกฤทธิ์เต็มที่ประมาณ 7-14 วันหลังฉีดค่ะ (หมายเหตุ :  "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” ) 

ประโยชน์ของ Botox
ปัจจุบันแพทย์ได้นำ สาร Botulinum toxin มาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็น
  • การนำมาใช้ในการรักษาโรค ตาเหล่ ตาเข
  • โรคสมองพิการแบบ cerebral palsy
  • โรคปวดศีรษะไมเกรน
  • ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ หรือฝ่ามือในผู้ที่มีภาวะเหงื่อออกมาก
 
 



นอกจากนี้ยังมีการนำสาร Botulinum toxin มาใช้ประโยชน์ในทางความสวยงาม เช่น
- การลดริ้วรอยบริเวณใบหน้า โดยการลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว รอบดวงตา
- นำมาฉีดบริเวณกรามเพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น
- นำมาฉีดบริเวณเหนียงที่คอเพื่อยกกระชับผิวหนัง และอื่นๆอีกมากมาย

ผลข้างเคียงของการฉีด Botox
- ผลข้างเคียงจากการฉีด botox อาจมีจุดเลือดออกในบริเวณที่ฉีดยา ซึ่งสามารถหายเองได้ในเวลา 1-2 สัปดาห์
- นอกจากนี้อาจมีเรื่องหนังตาตก หลับตาไม่สนิท ยิ้มมุมปากตก ได้หากสาร Botulinum toxin กระจายไปโดนกล้ามเนื้อบางบริเวณ แต่ผลข้างเคียงเหล่านี้จะหายไปเองได้ในระยะเวลาไม่นาน และสามารถแก้ไขได้โดยการใช้เครื่องกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณนั้น

ผู้ที่มีข้อห้ามในการฉีด botox
ไม่แนะนำให้ใช้ botox ในหญิงตั้งครรภ์ หรือมารดาที่ให้นมบุตร ค่ะ

การปฏิบัติตัวหลังฉีด botox
- หลังฉีดห้ามนอนราบ
- งดเว้นการออกกำลังกายอย่างหนักหรือเล่นโยคะ เป็นเวลา 4 ชั่วโมง
- ห้ามนวดหรือกดบริเวณที่ฉีดยา
- ห้ามเข้า Sauna Steam
- งดทำเลเซอร์อย่างน้อยเป็นเวลา 2 สัปดาห์นะคะ

 

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ 55th Clinic ชั้น 3 Silom Complex นะคะ

ขอบคุณ บทความโดย :
คุณหมอนุ่ม (พญ. ชมเพลิน เสี้ยนสลาย) แพทย์ประจำ 55th Clinic
เวลาตรวจ : ทุกวันจันทร์ 16.00-20.00 น.

และขอบคุณเครดิตภาพประกอบบางส่วนจากอินเตอร์เน็ต
 



รีวิวการปรับรูปหน้าให้มีมิติด้วยสารเติมเต็ม ( ฟิลเลอร์ )
( โดยคุณชิ้ง Beauty Blogger ประจำ Sanook Woman ) 
 


( หมายเหตุ : "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” ) 

 ทนใช้หน้าแบนๆมาเกือบทั้งชีวิต ได้แต่ฉีด Botox เป็นระยะๆ เพราะคิดว่าถ้ากรามเล็กลงหน้าจะเล็กตาม ซึ่งก็มีส่วนจริงอยู่ค่ะ เพียงแต่ว่าเราทำอะไรให้ตัวเองได้ดีกว่านี้อีกเย๊อะ! ^___<

ชิ้งยอมรับว่าอายุขนาดเน้เพิ่งมาเข้าใจคำว่ามิติหน้าจากคุณหมอเชอรี่แห่ง 55th Laser Clinic ค่ะ คุณหมอยกตัวอย่างซะเห็นเป็นภาพเลย 555 คุณหมอเปรียบกับการแต่งหน้า ที่เราจะต้องมีส่วน Highlight เพื่อให้พุ่งออกมา และเราก็จะต้องเฉดดิ้งในส่วนที่อยากให้เล็กลง ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อให้ใบหน้าเกิดมิติสวยงามนั่นเอง พอรู้แบบนี้แล้วลองส่องกระจกดู จากที่ตัดสินใจมา Botox เพิ่ม เลยกลับลำมาบอก Filler ทันทีค่ะ 555 เค้าว่ากันว่าถ้ามีความเชื่อเท่าเมล็ดถั่ว เราก็สามารถเคลื่อนภูเขาได้ ดังนั้นวันนี้ชิ้งขอย้ายภูเขาโหนกแก้มให้อยู่ถูกที่ถูกทางแล้วกันนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว ก็มาพิสูจน์ทฤษฎีนี้กันได้เลยจร้า ^___<
 
คุณหมอเชอรี่แนะนำ Filler ยี่ห้อ Juvederm จาก Allergan ให้ชิ้งค่ะ เพราะไม่เจ็บเนื่องจากมีส่วนผสมของยาชาในตัวซึ่งไม่เหมือนยี่ห้ออื่นๆ ปลอดภัยเพราะมี อย.เรียบร้อย แถมให้ผลลัพธ์แบบธรรมชาติและอยู่ได้นานเกือบ 2 ปีเลยทีเดียว ที่สำคัญเมื่อฉีดแล้ว ฟิลเลอร์จะไม่ไหลไปตำแหน่งอื่น และไม่ยุบตัวลงหลังฉีดเสร็จ 

 
   

( หมายเหตุ : "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” ) 
 
เมื่อพร้อมแล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนแรกเลยค่ะ นั่นก็คือการลบหน้าออก วันนี้ request สุดใจเลยว่าขอเหลือคิ้วไว้ได้ม้ายยยย ซึ่งคุณหมออนุญาตค่ะ 555 ภาพอาจจะดูน่าตกใจไปบ้าง ช่วยมีสติกันด้วยนะคะ  ^ ^’

 วันนี้ชิ้งได้ฉีด Filler รุ่น Juvederm Voluma ค่ะ และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ต้องใช้เข็มแบบหัวทู่ (Blunt Cannula) ซึ่งเข็มค่อนข้างใหญ่และยาวค่ะ แอบกลัวเล็กน้อย แต่คุณหมอ รวมถึงผู้ช่วยหมอที่เคยฉีดมาก่อนหน้านี้ ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เจ็บจิงจิ๊ง ชิ้งก็ค่อยใจชื้น จากนั้นคุณหมอก็บรรจงฉีดยาชาเข็มแรกให้ หลังจากนั้นคุณหมอก็ให้หลับตา เพราะพร้อมสำหรับการฉีด Juvederm Voluma แล้วค่ะ เข็มแรกเข้ามาทางรูเดียวกับที่ฉีดยาชาเลย จะได้ไม่มีแผลเยอะ ซึ่งไม่เจ็บจริงๆแฮะ แต่เสียวนะฮะ 555
 


( หมายเหตุ : "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” ) 
 

 
คุณหมอดีไซน์มิติหน้าให้ชิ้งใหม่ทั้งหมดว่าควร lift ขึ้นตรงจุดไหน และห้ามเพิ่มตรงส่วนไหนเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ดูหน้าอ้วนขึ้น  ซึ่งในส่วนนี้ต้องอาศัยความชำนาญของคุณหมอมากๆเลยค่ะ เพื่อนๆคนไหนที่อยากทำ ต้องศึกษาให้ละเอียดเลยนะคะ เพราะขนาดดาราบางคนจากที่สวยอยู่แล้ว ไปเจอคุณหมอไม่เก่ง หน้าหมดสวยตั้งหลายคนแหน่ะ อย่างที่เราเห็นๆกันนั่นแหล่ะค่ะ ของดี ถ้าใช้ไม่เป็นย่อมเสียของ เน้อ? ซึ่งจากการวิเคราะห์ของคุณหมอ หน้าชิ้งด้านซ้ายจะ Fat Loss มากกว่าด้านขวา คุณหมอเลยฉีด Juvederm Voluma ด้านซ้ายเยอะหน่อยค่ะ เพื่อปรับให้ใบหน้าทั้ง 2 ด้านสมดุลกันมากขึ้น สรุปฉีดไปทั้งหมดเพียง 2ซีซีเท่านั้น รูปหน้าก็สวยขึ้นทันทีเลยค่ะ
 
เอาหล่ะ มาลองดูหลังฉีดเสร็จกันค่า 


( หมายเหตุ : "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” ) 

หลังการฉีด Filler Juvederm Voluma ถ่ายที่คลินิก




( หมายเหตุ : "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” ) 



( หมายเหตุ : "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” ) 




วันรุ่งขึ้นหลังการฉีด  Filler Juvederm Voluma

( หมายเหตุ : "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” )



หลังการฉีด Filler Juvederm Voluma  เป็นวันที่ 2


( หมายเหตุ : "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” ) 
 
เพื่อนๆน่าจะเห็นผลลัพธ์กันได้ชัดเจนนะคะ หน้าชิ้งดูหวานและได้มิติมากขึ้นเยอะเลย ซึ่งชิ้งชอบผลลัพธ์มากๆเลย ติดใจในประสิทธิภาพการ lifting ของฟิลเลอร์ตัวนี้มากๆ เพราะมหัศจรรย์มากกว่าแค่เป็นสารเติมเต็ม! คือมันธรรมชาติมากๆ นี่ถ้าไม่บอกใครว่าไปฉีดมา รับรองไม่มีใครรู้ มันดีงามตรงเน้ ^_<  ตอนนี้ฉีดมาได้เกือบอาทิตย์แล้วค่ะ หลังการฉีด 30 วันคุณหมอขอนัดดูผลอีกที ว่าต้องปรับอะไรเพิ่มเติมมั้ย ซึ่งตื่นเต้นมากๆ ค่ะ อยากให้ครบกำหนดนัดเร็วๆ จัง อิอิ 
ก่อนจะจบการรีวิวไป ชิ้งขอทิ้งท้ายด้วยข้อปฏิบัติหลังการฉีด Filler ดังนี้ค่ะ
- งดแต่งหน้าภายใน 12 ชม. หลังฉีดเสร็จ
- ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ 2-3 วัน เพื่อลดอาการแดง บวม
- งดทำเลเซอร์/ นวดหน้า บริเวณที่ฉีด เป็นเวลา 2 อาทิตย์
- งดอบซาวน่า 2 อาทิตย์
- หลีกเลี่ยงการโดนแดดและที่ที่เย็นจัด
 
“แล้วอีก 30 วันมาพบกับรีวิวภาคต่อกันนะคะ อิอิ”
 

( หมายเหตุ : "ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล” ) 

ขอบคุณเครดิตรีวิว ภาพและข้อความทั้งหมดนี้จากคุณชิ้ง Beauty Blogger ประจำ Sanook Woman ไว้ ณ ที่นี้ค่ะ 

Thank you Credit Link : 
http://women.sanook.com/blog/33271/
 

( Cr: ขอบคุณทีมงานจาก My Beauty Plan Channel และบริษัท Allergan Thailand ไว้ ณ ที่นี้นะคะ )
: คลิกชม https://youtu.be/eEq6y1A6mJ8

ติดต่อสอบถาม 55th Clinic ,Silom Complex ชั้น 3
BTS ศาลาแดง MRT สีลม
02-2313394, 092-2738067